MENU

คำแนะนำเกี่ยวกับแชนเดอเรียคริสตัล(Chandelier Crystals)​

หากคุณอยู่ในช็อปโคมระย้าหรือแชนเดอเรีย (หรือไฟติดตั้งที่มีคริสตัลแบบอื่นๆ) คุณจำเป็นต้องรู้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับแชนเดอเรียคริสตัลที่ใช้กันในอุปกรณ์ติดตั้งที่หลากหลายในปัจจุบันนี้ ซึ่งข้อมูลสำคัญนี้จะช่วยให้คุณสามารถตัดสินใจซื้อได้อย่างถูกต้องและเหมาะกับสไตล์ห้องและงบประมาณของคุณ

​ประการแรกเลย คุณต้องรู้พื้นฐานต่างๆ : คริสตัลทั้งหลายทำจากแก้ว แต่อย่างไรก็ตาม แก้วที่ใช้ทำแชนเดอเรียคริสตัลก็แตกต่างไปจากแก้วกระจกที่กระหน้าต่าง ที่แก้วน้ำดื่ม หรือแว่นตา และต่างจากแก้วอื่นๆ ด้วย  คริสตัลจะมีลีดออกไซด์ ซึ่งทำให้มันมีน้ำหนักมากขึ้นและมีการหักเหแสงมากว่าแก้วปกติ ซึ่งหมายความว่าคริสตัลมีความแวววาว เป็นประกาย และเป็นเหลี่ยมปริซึม

ปริมารลีดออกไซด์ (Lead oxide) มีความสำคัญต่อคริสตัลในแชนเดอเรีย และมีความปลอดภัยต่อสุขภาพของผู้บริโภค มีกฎอยู่ว่า เมื่อมีลีดออกไซด์สูงในคริสตัส มันก็จะสะท้อนแสงได้ดีกว่า  ดังนั้นเมื่อยิ่งปริมาณลีดหรือตะกั่วนี้ยิ่งสูงก็ยิ่งดี ซึ่งปริมาณลีดออกไซด์จะมีอยู่ 3 ประเภท คือ
 

แม้ว่ามาตรฐานอเมริกันจะอนุญาตให้แก้วใสที่มีจำนวนลีดต่างๆ สามารถเรียกว่าคริสตัลได้ก็ตาม แต่รูปผลึกต้องเป็นแก้วที่มีลีดออกไซด์ 6-10%

ครัสตัลที่มีลีดครึ่งหนึ่งหมายความว่ามีลีดออกไซด์ 24-30%

คริสตัลที่มีลีดทั้งหมดคือทุกอย่างที่มีลีดออกไซด์มากกว่า 30%

 

มีวิธีการพื้นฐาน 3 วิธีในการทำคริสตัลสำหรับโคมไฟระย้าหรือแชนเดอเรีย คือ การตัดด้วยเครื่องจักร การตัดด้วยมือ และการเป่าด้วยมือ 

 

คริสตัลที่ตัดด้วยเครื่องจักรจะมีรูปร่างเหลี่ยมที่คมชัด การขัดจะแม่นยำและมีความบริสุทธิ์เห็นได้ด้วยตา

 

คริสตัลที่ตัดด้วยมือบางครั้งทำด้วยวิธีการประดิษฐ์แบบดั้งเดิม ที่ใช้เตารีดและวงล้อหินทรายสำหรับตัด แล้วตามด้วยการขัดบนล้อไม้ที่มีฝุ่นหินอ่อน นอกจากนี้คริสตัลแบบตัดด้วยมือยังสามารถทำด้วยวิธีที่ทันสมัยมากขึ้นได้ด้วย คริสตัลที่ตัดด้วยมือมีความหลากลาย ซึ่งประกอบด้วย Czech, Heritage, Regal, Crystaliqueและ Turkish

 

คริสตัล Venetian และ Murano เป็นคริสตัลแบบเป่าด้วยมือที่ทำโดยช่างฝีมือแทนการตัด ซึ่งคริสตัลที่ได้จะมีความเรียบเนียน ขอบโค้งมน งานฝีมือแบบเป่าด้วยปากทำให้เกิดชิ้นผลงานที่คุณภาพอันเป็นหนึ่งในมารดกสืบทอดทางงานศิลปะ 

 

ตอนนี้คุณได้รู้จักกับวิธีการพื้นฐานทั้ง 3 ของการทำคริสตัลกันแล้ว ซึ่งต่อไปจะเป็นคำอธิบายเพิ่มเติมถึงประเภทคริสตัลบางส่วนที่คุณอาจจะเคยเห็นในร้านที่ขายแชนเดอเรีย

 

โคมไฟระย้าหินควอตซ์คริสตัลใส หรือ Chandelier rock crystal (จะอยู่ด้านขวาของ Schonbek Versailles 6-light Rock Crystal Chandelier) เป็นโคมไฟระย้าหรือแชนเดอเรียคริสตัลที่เก่าแก่ที่สุด ซึ่งมีขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 16 และมาแทนที่เทียนไข อันเป็นวิธีการเพิ่มเสียงสว่างและสะท้อนแสง แต่อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันเราจะพบเจอโคมไฟระย้าหินควอตซ์คริสตัลใสที่งดงามได้ที่พระราชวังและพิพิธภัณฑ์  จริงๆ แล้ว Rock crystals เก่าแก่เท่ากับโลกของเราเลย และแต่ละอันก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์ทางธรณีวิทยาที่ได้เกิดขึ้นกว่าล้านๆ ปีที่แล้ว Rock crystalsเมื่อสัมผัสจะรู้สึกเย็น มันเป็นธรรมชาติและต้องทำการระเบิด ตัดและขัดทันด้วยเครื่องตัดอัญมณี

 

มีการใช้คริสตัลสีในแชนเดอเรียหรือโคมไฟระย้าในหลายๆ ประเภท เพื่อให้เกิดเอฟเฟคต่างๆ คุณจะเห็นแสงสีสะท้อนในคริสตัลมากมาย โดยสีจะเคลือบอยู่บนคริสตัล แชนเดียเรียในภาพใหญ่ในช่วงต้นของบทความ คือ the Savoy House Rothchild15-light Chandelier จะเห็นว่าคริสตัลเป็นสีแชมเปญ

 

คริสตัล Venetian มีถิ่นกำเนินมาจากเมืองเวนิช ประเทศอิตาลี ซึ่งได้หล่อแบบขึ้นโดยที่ไม่ได้ตัด มักมีขอบมนจากการขัดด้วยไฟ บวกกับมีโซดาและหินปูนแทนลีดออกไซด์ ดังนั้นมันจึงดูอ่อนกว่า มันไม่ค่อยแวววางเท่าคริสตัลที่ตัด แต่ก็เป็นตัวเลือกที่เหมาะกับงบประมาณดีสำหรับลูกค้าบางคน เช่นด้วยกันคริสตัล Murano (อยู่ด้านขวาของ Cyan Design La Scala 2-Light Wall Sconce) เป็นคริสตังที่เป่าด้วยปาก และทำให้มีรูปร่างโค้งมน เป็นวงกลม เป็นรูปดอกไม้ และรูปร่างอื่นๆ ได้ และนอกจากนี้ยังเคลือบสีได้ด้วย 

 

คริสตัล Gemcutหรือ Egyptian มีปริมาณลีดออกไซ์ด์สูง มันจึงมีความใส มีเหลี่ยมรูปร่าง งดงามไร้ที่ติ แต่ก็ไม่ได้บริสุทธิ์เมื่อมองด้วยสายตา เท่ากับคริสตัล Swarovski

 

คริสตัล K9 เป็นตัวเลือกที่ดีเยี่ยมสำหรับลูกค้าใส่ใจในทางคุณค่า คริสตัลนี้จะตัดละขัดเพื่อให้ดูดีมีระดับแพงมากขึ้น บวกกับมันมีเหลี่ยมมุมที่ทำอย่างพิถีพิถัน

 

ครัสตัลSwarovski เป็นคริสตัลที่ประณีตที่สุดในโลก ผลิตขึ้นใน Austrian Alps มันใส งดงามไร้ที่ติ มีความแววาว และมีความบริสุทธิ์อย่างเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งมักจะทำด้วยเครื่องและมีปริมาณลีดมากกว่า 30%คริสตตัลSwarovski บางอัน มีการเคลือบฟิล์มบางแสงเพื่อให้ทำความสะอาดง่าย แต่คริสตัล Spectra จะไม่เคลือบเลย  คริสตัล Swarovski  และก็สามารถเคลือบสีต่างๆ ได้เช่นกัน

 

คริสตัลแชนเดอเรีย ซึ่งมีการตัดและขัดเป็นหลายรูปร่างลักษณะและขนาด จะเรียกว่า pendalogues (บางครั้งสะกดเป็นpendeloques) โดยpendalogue จะมีการตัดแบบต่างๆ ทั่วไป อันได้แก่: 

 

• รูปแปดเหลี่ยม: มีแปดด้าน และมีลักษณะเหลี่ยมมุมหลายรูปร่างเรียงตามกัน• Icicle: short, thin and pointed.

• รูปหอก: มีรูปหยดที่ยาวกว่า แต่มีความบางและแหลม

• ลายรูปดอกกุหลาบ: เป็นรูปดอกไม้

• หินสี่เหลี่ยมมีสีด้านและมีเหลี่ยมมุมที่ดูเหมือนมีรูปตัว X

• หยดสวีดิช: คริสตัลที่เป็นรูปหยดน้ำตา ที่มีเหลี่ยมมุมเหมือนเพชร และอาจเรียกว่าลูกแพร์

• ว่าว: เป็นรูปว่าว ซึ่งมีลักษณะเหลี่ยมมุมที่มีรูปร่างคล้ายกันเล็กๆ มากมายแตกต่างจากเพชร เพราะมุมด้านบนทั้งสองจะยาวกว่าด้านล่างทั้งสอง

• ปริซึมหกเหลี่ยม: long, thin drops รูปหยดบางและยาว ที่มีปลายชี้ขึ้นเป็น 6 แฉก ตัดกันที่มุม French pendalogue

• บาแกตต์ (Baguette): บางครั้งเรียกว่า colonial ซึ่งมีลักษณะบาง ยาว เป็นมุมฉาก และโดยทั่วไปจะแบนที่ด้านหนึ่ง ขณะที่อีกด้านมีเหลี่ยมมุมและหนาขึ้น

• รูปยอด: small and circular with triangular facets, this often hangs alone at the very bottom of a chandelier. เป็นวงกลมขนาดเล็กที่มีมุมสามเหลี่ยม มักแขวนอยู่เดี่ยวๆ ที่ส่วนล่างสุดของแชนเดอเรีน

• ลูกบอลตัด: เป็นรูปโลกวงกลมและมีมุมสามเหลี่ยมมากมาย

• French: (ดูจากCrystorama Regis 6-Light Golden Teak Swarovski Elements Semi-Flush Mount)  จะมีลักษณะแบบด้านหนึ่งและอีกด้านจะมีเหลี่ยมมุมและหนากว่า ซึ่งนี่เป็นรูปลูกแพร์ที่มีรายละเอียดสูงกว่า